Sakura

โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นอาจารย์แบงค์ www.ajarnbank.com
     ถ้าพูดถึงดอกซากุระทุกคนคงรู้จักกันดีใช่มั้ยครับ  วันนี้ ajarnbank จะมาเล่าถึงประวัติของดอกซากุระ และสถานที่ดูดอกซากุระที่นิยมกันที่ญี่ปุ่นนะครับ

      ซากุระ (桜) เป็นดอกไม้ประจำชาติของญี่ปุ่น มี ถิ่นกำเนิดในประเทศจีนตอนใต้ เกาะไต้หวัน หมู่เกาะโอกินาวา ของญี่ปุ่น ลักษณะเด่นของซากุระก็คือ เมื่อร่วง จะร่วงพร้อมกันหมด ซากุระจึงเป็นสัญลักษณ์ของเลือดทหารและซามูไรของญี่ปุ่น

    ซากุระสามารถพบได้ในประเทศเกาหลี, สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, จีน หรือที่อื่นๆ แต่ไม่มีกลิ่น ขณะที่ซากุระของญี่ปุ่นนั้นผู้คนจำนวนมากยกย่องชื่นชมกลิ่นของมัน และมักจะกล่าวฝากไว้ในบทกวี

     ดอกซากุระของญี่ปุ่นนี้ ในภาษาอังกฤษมี คำเรียกทั่วไปว่า “cherry blooms” หรือ “cherry blossom” หรือไม่ก็ “Japanese Flowering Cherry” จะบานในช่วงปลายมีนา-ต้นเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ อุณหภูมิเริ่มอุ่นขึ้นจากฤดูหนาวที่หมดไป

     ดอกซากุระ ในภาษาญี่ปุ่นนั้น เชื่อกันว่ากร่อนมาจากคำว่า ซะกุยะ (หมายถึง ผลิบาน) อันเป็นชื่อของเจ้าหญิง โคโนฮะนะซะ คุยาฮิเม มีศาลบูชาของพระองค์อยู่บนยอดเขาฟูจิด้วย นะครับ สำหรับพระนามของเจ้าหญิงองค์ดังกล่าวนั้น มีความหมายว่าเจ้าหญิงดอกไม้บาน และเนื่องจากซากุระเป็นดอกไม้ที่นิยมกันมากในญี่ปุ่นสมัยนั้น คำว่าดอกไม้ดังกล่าวจึงหมายถึงดอกซากุระนั่นเอง เจ้าหญิงองค์ดังกล่าวได้รับพระนามเช่นนั้น ก็เพราะมีเรื่องเล่ามาว่าทรงตกจากสวรรค์ มา บนต้นซากุระ ดังนั้น ดอกซากุระจึงถือเป็นตัวแทนของดอกไม้ญี่ปุ่น ขณะที่รัฐบาลประกาศให้ดอกเก็กฮวย (ดอกเบญจมาศ) เป็นดอกไม้ประจำชาติญี่ปุ่น


สถานที่แนะนำชมดอกซากุระ


1. สวนไดโนเสาร์ ซะคุระจิมะ
ที่ตั้ง : เมืองคาโงชิมะ จังหวัดคาโงชิมะ
การเดินทาง : โดยเรือเฟอรี่ซะคุระจิมะ จากท่าเรือคาโงชิมะฮงโค (ใกล้สถานีรถไฟ JR คาโงชิมะ) 15 นาที
ช่วงเวลาชมดอกซะคุระ : ปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน
ข้อมูล น่ารู้ : เป็น สวนสาธารณะบนภูเขาไฟ "ซะคุระหยิมะ" ซึ่งลอยอยู่ในอ่าว "คิงโค" ห่างจากฝั่งตัวเมือง คะโงชิมะ 4 กิโลเมตร "ซะคุระหยิมะ" เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ปัจจุบันยังคงมีควันลอยออกมาจากปล่องอยู่เสมอ เมื่อต้นซากุระจำนวน 3,000 ต้น
ของ ที่นี่ผลิดอก ผู้คนจำนวนไม่น้อยจะเดินทางมา เพื่อนั่งชมดอกซะคุระบนสนามหญ้าของสวนสาธารณะแห่งนี้ นอกจากนั้นภายในสวนยังมีหุ่นจำลองไดโนเสาร์ 7 ชนิด ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ที่เด็กๆต่างชื่นชอบ


2. บริเวณรอบๆปราสาท คุมะโมโตะ
ที่ตั้ง : เมืองคุมะโมโตะ จังหวัดคุมะโมโตะ
การเดินทาง : ขึ้นรถโดยสารประจําทางจากสถานีรถไฟ JR คุมะโมโตะ 15 นาที
ช่วงเวลาชมดอกซะคุระ : ปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน
ค่าผ่านประตู : ผู้ใหญ่ 500 เยน / เด็ก 200 เยน
ข้อมูล น่ารู้ : ปราสาทคุมะโมโตะสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 400 ปีก่อน เป็นหนึ่งใน สามปราสาทที่มีแนวรั้วกำแพงหินที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น เมื่อถึงฤดูชมดอกซะคุระ จะเปิดให้เข้าชมในเวลากลางคืนด้วย จึงสามารถเพลิดเพลินกับการชมดอกซะคุระยามราตรี หากท่านได้เดินชมตัวปราสาทที่ฉาบแสงไฟ และดอกซะคุระยามราตรี ไปตามถนนที่ประดับด้วยโคมไฟแล้ว ท่านจะได้ลิ้มรสกับความสุขที่ยากจะหาได้


3. สะพานคินไตเคียว
ที่ตั้ง : เมืองอิวะคุนิ จังหวัดยะมะงุจิ
การเดินทาง : ขึ้นรถโดยสารประจำทางจากสถานีรถไฟ JR อิวาคุนิ หรือสถานีรถไฟ JR ชินอิวาคุนิ 15 นาที
ช่วงเวลาชมดอกซะคุระ : ต้นเดือนเมษายน - กลางเดือนเมษายน
ค่าผ่านประตู : ผู้ใหญ่ 300 เยน / เด็ก 150 เยน
ข้อมูล น่ารู้ : สะพาน "คินไตเคียว" เป็นสะพานที่มีรูปร่างแตกต่างจากสะพานทั่วไป ถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสามสะพานที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น เมื่อย่างเข้าเดือนเมษายนบริเวณรอบๆสะพานแห่งนี้ จะเต็มไปด้วยสีชมพูของดอกซะคุระ งานเทศกาลชมดอกซะคุระแห่งสะพาน "คินไตเคียว" จัดขึ้นในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ในช่วงฤดูชมดอกซะคุระยามค่ำคืนจะมีการประดับแสงไฟด้วย กิจกรรมที่พลาดไม่ได้สำหรับที่นี่คือ การล่องเรือชมสะพาน "คินไตเคียว" และดอกซะคุระที่บานสะพรั่ง


4. สวนสาธารณะ ทจึรุยะมะ
ที่ตั้ง : เมืองทจึยะมะ จังหวัดโอคะยะมะ
การเดินทาง : เดินจากสถานี JR ทสึยะมะ 10 นาที
ช่วงเวลาชมดอกซะคุระ : ต้นเดือนเมษายน - กลางเดือนเมษายน
ค่าผ่านประตู : ผู้ใหญ่ 210 เยน / เด็ก 100 เยน
ข้อมูล น่ารู้ : ใน อดีตสวนสาธารณะแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของ ปราสาท "ทจึยะมะ" ปัจจุบันยังคงเหลือแนวกำแพงหินที่สวยงามให้นักท่องเที่ยวได้ชม หลายคนกล่าวว่า ที่นี่เป็นสถานที่สำหรับชมดอกซะคุระที่สวยงามที่สุด ในแถบภาคตะวันตกของญี่ปุ่นในแต่ละปีเมื่อถึงฤดู


5. สวนสาธารณะ ชิโรยะมะ
ที่ตั้ง : เมืองมะทจึยะมะ จังหวัดเอฮิเมะ
การเดินทาง : ลงรถไฟสาย อิโยะเท็ตสึโด ที่สถานีไคโคโต แล้วต่อรถกระเช้าขึ้นไปอีก 3 นาที
ช่วงเวลาชมดอกซะคุระ : ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน
ข้อมูล น่ารู้ : นอกจากจังหวัดเอฮิเมะจะเป็นที่รู้จักในเรื่อง บ่อน้ำพุร้อน "โดโงะ" แล้ว ดอกซะคุระของปราสาท "มะทจึยะมะ" มีชื่อเสียงในเรื่องความงดงามด้วย ในงานเฉลิมฉลองฤดูใบไม้ผลิของมะทจึยะมะนอกจากท่านจะได้ชมดอกซะคุระแล้ว ยังจะได้ชมการจำลองจัดขบวนทัพของเหล่านักรบ ที่มีชื่อว่า "ไดเมียวเกียวเร็ตทจึ" และการแข่งขันเล่น "ยาคิวเค็ง" ระดับประเทศด้วย

6. ปราสาท ฮิเมหยิ
ที่ตั้ง : เมืองฮิเมหยิ จังหวัดเฮียวโงะ
การเดินทาง : เดินจากสถานีรถไฟ JR ฮิเมจิ 15 นาที
ช่วงเวลาชมดอกซะคุระ : ต้นเดือนเมษายน - กลางเดือนเมษายน
ข้อมูล น่ารู้ : วัด "โฮริวหยิ" ที่นาระและปราสาท "ฮิเมจิ" แห่งนี้เป็นสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งแรกในประเทศ ญี่ปุ่น เมื่อปี ค.ศ.1993 ภายในตัวปราสาทนอกจากจะมีทรัพย์สมบัติของชาติ และมรดกทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่าเก็บรักษาอยู่แล้ว ยังมีตำนานและเรื่องเล่าหลงเหลืออยู่อีกมากมาย ปราสาท "ฮิเมหยิ" ถูกขนานนามว่า เป็นปราสาทมีความงดงามที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี จะมีการจัดงานชมซะคุระ มีการบรรเลงเครื่องดนตรีโกโตะ (จะเข้ญี่ปุ่น) และกลองไทโคะด้วย

7. โรงกษาปณ์ เมืองโอซะกะ
ที่ตั้ง : เมืองโอซะกะ จังหวัดโอซะกะ
การเดินทาง : เดินจากสถานีรถไฟใต้ดินเทมมาบาชิ 10 นาที
ช่วงเวลาชมดอกซะคุระ : กลางเดือนเมษายน (เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมเพียงหนึ่งสัปดาห์)
ข้อมูล น่ารู้ : เนื่องจากบุคคลทั่วไปสามารถเข้ามาในโรงกษาปณ์ เพื่อชื่นชมความงามของดอกซากุระตามทางเดินริมน้ำ ที่มีชื่อว่า "ซะคุระโนะโทโอรินุเคะ" ได้เพียงหนึ่งสัปดาห์ในหนึ่งปีเท่านั้น จึงทำให้ผู้คนต่างหลั่งไหลกันมาถึงปีละล้านกว่าคน ที่พลาดไม่ได้คือ การเดินผ่านถนนที่มีดอกซะคุระปกคลุมอยู่ด้านบนเต็มไปหมด คล้ายกับกำลังเดินผ่านอุโมงค์ดอกซะคุระ ในยามค่ำคืนก็จะมีการประดับไฟอย่างงดงาม ท่านสามารถเข้าชมได้จนถึงเวลา 3 ทุ่ม

8. สวนนิชิดนะมะรุเทเอ็ง ภายในสวนสาธารณะ ปราสาทโอซะกะ
ที่ตั้ง : เมืองโอซะกะ จังหวัดโอซะกะ
การเดินทาง : เดินจากสถานีรถไฟใต้ดิน ทานิมาจิยนโจเมะ 15 นาที
ช่วงเวลาชมดอกซากุระ : ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน
ข้อมูล น่ารู้ : สวน นี้ตั้งอยู่ภายในอาณาเขตของปราสาทโอซะกะ ซึ่งเป็นปราสาทที่สร้างขึ้นเมื่อ 400 กว่าปีที่แล้ว ภายในสวนมีซะคุระกว่า 600 ต้น เมื่อเข้าสู่ฤดูชมดอกซะคุระ ที่นี่จะคับคั่งไปด้วยบรรดาคุณพ่อคุณแม่ที่หอบลูกจูงหลานมาเที่ยว เฉพาะในช่วงฤดูชมซะคุระเท่านั้น ที่จะมีการประดับโคมไฟกระดาษกว่า 200 อัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถชื่นชมปราสาทโอซะกะ และดอกซะคุระในยามค่ำคืนได้

9. วัดคิโยมิสึ
ที่ตั้ง : เมืองเกียวโต จังหวัดเกียวโต
การเดินทาง : ขึ้นรถโดยสารประจำทางจากสถานีรถไฟ JR เกียวโต ลงที่ป้าย คิโยมิสึ แล้วเดินต่ออีก 10 นาที
ช่วงเวลาชมดอกซะคุระ : ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน
ค่าผ่านประตู : ผู้ใหญ่ 300 เยน / เด็ก 200 เยน
ข้อมูล น่ารู้ : วัด "คิโยมิสึ" เป็นสัญลักษณ์ของ "เกียวโต" เมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อราว 1,200 ปีก่อนปัจจุบัน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในฤดูชมซะคุระกลีบดอกจากต้นซะคุระที่มีอยู่กว่า 1,000 ต้น ในวัดแห่งนี้จะโปรยปรายลงมาอย่างสวยงาม ในช่วงที่ดอกซะคุระบานทางวัดจะประดับไฟยามค่ำคืนเป็นเวลา 1 เดือน ท่านสามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่สวยงาม ของ "ลานคิโยมิสึบุโด" และ "หอ 3 ชั้น" ที่ถูกปกคลุมไปด้วยดอกซะกุระ

10. ภูเขา โยชิโนะ
ที่ตั้ง : โยชิโนะ - โจ จังหวัดนาระ
การเดินทาง : ใกล้สถานีรถไฟ โยชิโนะ (รถไฟคินเท็ตสึ สายโยชิโนะ)
ช่วงเวลาชมดอกซะคุระ : ต้นเดือนเมษายน - ปลายเดือนเมษายน
ข้อมูล น่ารู้ : ที่นี่มีต้นซะคุระอยู่ถึง 30,000 ต้น มากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ทั้งยังมีซะคุระมากถึง 200 สายพันธุ์ ทำให้สามารถชื่นชมดอกซะคุระ ได้ตลอดเดือนเมษายน พื้นที่บนภูเขานั้นถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วน แต่ละส่วน จะมีช่วงที่ดอกซะคุระบานไม่พร้อมกัน ของฝากที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือ ขนมที่มีส่วนผสมของดอกและใบซากุระ

 

นื้อเรื่อง+ภาพ By ทีมงาน www.ajarnbank.com

edit @ 11 Oct 2011 15:25:57 by ichigo